รวมหัวข้อที่ต้องระบุใน สัญญาเช่าคอนโด แบบละเอียด สามารถใช้ได้ทุกกรณีทั้งระยะสั้นไม่ถึง 1 ปี และระยะยาว พร้อมตัวอย่างเอกสารสัญญา
ประเภทของสัญญาเช่าคอนโด
โดยหลัก ๆ แล้ว สัญญาเช่าคอนโด หรือ Condo Lease agreement มี 2 ประเภท คือ
- สัญญาเช่าแบบไม่เกิน 3 ปี คือ การทำสัญญาเช่าที่มีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยอาจเป็นได้ทั้งสัญญาเช่าคอนโด 1 ปี สัญญาเช่าคอนโด 6 เดือน หรือแบบอื่น ๆ ที่ไม่เกิน 3 ปี กฎหมายระบุว่า กรณีเช่าแบบนี้ต้องมีการลงลายมือชื่อผู้รับผิดเป็นสำคัญนั่นคือ ต้องมีลายมือชื่อของทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า และหากไม่มีหนังสือสัญญาเช่า ก็ไม่สามารถยื่นฟ้องได้
- สัญญาเช่าแบบเกิน 3 ปี คือ สัญญาเช่าที่มีระยะเวลามากกว่า 3 ปีขึ้นไป กฎหมายระบุว่าต้องทำหนังสือสัญญาโดยมีการลงลายมือชื่อผู้รับผิด พร้อมกันนี้ต้องไปจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน หากไม่มีการจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ แม้มีหนังสือสัญญา ก็จะสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้แค่ 3 ปีเท่านั้น
หัวข้อที่ต้องมีในสัญญาเช่าคอนโดแบบละเอียด
1. ข้อมูล “ผู้ให้เช่า” และ “ผู้เช่า”
ในสัญญาควรระบุ ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน และภูมิลำเนา ของทั้งเจ้าของบ้านหรือผู้ให้เช่า และ ผู้เช่าทั้งหมด
ถ้าเป็นไปได้ ในสัญญาเช่าควรระบุบุคคลเช่าที่มีอายุมากกว่า 20 ปี ทุกคนที่อาศัยเป็นผู้เช่าไว้ในสัญญา ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้เช่าทุกคนมีส่วนรับผิดชอบ ที่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาเหมือนกัน รวมถึงการจ่ายเงินค่าเช่าด้วย
ที่สำคัญทำให้แน่ใจว่า ในสัญญามีการระบุถึง “ผู้เช่าและบริวาร” ในการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อให้ข้อปฏิบัติในสัญญาเช่า ใช้ได้กับ บริวารของผู้เช่า นั่นคือ ญาติหรือเพื่อนของผู้เช่าที่อาจเข้ามาอยู่ในบ้านที่ให้เช่าด้วย และผู้ให้เช่าก็ยังสามารถไล่บุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสัญญาเช่าออกจากพื้นที่ กรณีที่ผู้เช่าปล่อยเช่าช่วงโดยผู้ให้เช่าไม่ยินยอมได้เช่นกัน
2. ข้อมูล “ทรัพย์ที่ให้เช่า”
ในสัญญาต้องระบุ “ทรัพย์สิน” ที่ให้เช่า นั่นคือ คอนโดมิเนียม โดยต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหน โดยถ้าเป็นกรณี ห้องชุดคอนโดให้ระบุทั้ง บ้านเลขที่ (เลขที่ห้อง) ซอย ถนน แขวง เขต จังหวัด ให้เรียบร้อยด้วยเช่นกัน
หากทรัพย์ที่ให้เช่า มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่ ในสัญญาเช่าควรระบุ เฟอร์นิเจอร์ในแต่ละห้อง รวมถึงจำนวนกุญแจที่ให้ไว้กับผู้เช่าด้วยเช่นกัน ถ้าคุณต้องการให้ละเอียดมากขึ้น ก็อาจปริ้นท์รูปถ่ายห้องชุดก่อนผู้เช่าเข้าอยู่แนบในสัญญาได้ด้วยเช่นกัน
3. จุดประสงค์ในการเช่า
การเช่าคอนโด ส่วนใหญ่แล้ว มักจะเป็นการเช่าเพื่อ “อยู่อาศัยเท่านั้น” ในสัญญาเช่าก็ควรระบุไว้ให้ชัดเจน นอกจากนี้ ผู้ให้เช่ายังสามารถกำหนดจำนวนคนเข้าพักอาศัยในบ้านได้อีกด้วย เช่น ห้องชุดอยู่อาศัยได้ไม่เกิน 3 คน หรือ อยู่อาศัยเฉพาะผู้ที่มีรายชื่อในสัญญาเท่านั้น หากจุดประสงค์เป็นการเช่าเพื่อทำธุรกิจ ก็ต้องระบุในสัญญาเช่าอย่างละเอียดว่า เป็นธุรกิจประเภทไหนด้วยเช่นกัน
4. ระยะเวลาในการเช่า
ข้อสัญญานี้ ควรระบุระยะเวลาเช่า เช่น 1 ปี 3 ปี และระบุ วัน เดือน ปี ที่เริ่มต้นในการเช่า จนถึง วัน เดือน ปี ที่สิ้นสุดการเช่า (นับเป็นวันสิ้นสุดสัญญาเช่า) โดยปกติแล้วสัญญาเช่าจะเป็นรายเดือน เว้นเสียแต่ว่า เจ้าของห้อง หรือ ผู้ให้เช่ากำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
5. รายละเอียดค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ในสัญญาเช่า ต้องระบุ
- ค่าเช่าต่อเดือน ไว้อย่างชัดเจนทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ พร้อมช่องทางการจ่ายค่าเช่า เช่น รายละเอียดบัญชีผู้ให้เช่า และกำหนดระยะเวลาในการจ่ายค่าเช่า เช่น ทุกวันที่ 1 ของเดือน หรือ ภายในวันที่ 5 ของเดือน เป็นต้น ทั้งนี้ หากการทำสัญญาเกิดขึ้นก่อนวันที่เริ่มต้นเช่า ในสัญญาอาจระบุถึง จำนวนค่าเช่าล่วงหน้าก่อนการเข้าอยู่ (ไม่เกิน 1 เดือน) เป็นต้น
- ค่ามัดจำ/เงินประกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าในภายหลัง ในสัญญาเช่าต้องระบุจำนวนเงินไว้อย่างชัดเจน (อย่าลืมว่าต้องเก็บในอัตราที่กฎหมายกำหนด) และระบุว่าคุณในฐานะผู้ให้เช่า อาจนำเงินมัดจำนี้ไปใช้เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้น (เช่น หากเกิดความเสียหายของทรัพย์สินให้เช่า) และผู้เช่าไม่สามารถนำไปใช้ได้ (เช่น ผู้เช่าไม่สามารถใช้เงินมัดจำเป็นค่าเช่างวดสุดท้าย) รวมถึงกำหนดระยะเวลาที่ผู้เช่าจะได้เงินมัดจำคืน เมื่อผู้เช่าปฏิบัติตามข้อตกลงอะไรบ้าง
- ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญาเช่า ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ และมีวิธีการชำระเงินอย่างไร
- ค่าซ่อมแซม หากผู้ให้เช่าไม่อยากจะต้องมากุมหัวกับค่ามัดจำไม่พอค่าซ่อมแซมความเสียหายที่ผู้เช่าก่อ คุณควรระบุ ขอบเขตความรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมอะไรบ้างที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ หากเกิดจากการใช้งานอย่างประมาทของผู้เช่าเอง หรือเพื่อรักษาบ้านให้สะอาดเรียบร้อย
6. กฎระเบียบ ข้อกำหนดอื่นๆ
ในส่วนข้อกำหนดอื่นๆ ผู้ให้เช่าควรระบุให้เรียบร้อยในสัญญาเช่าด้วยเช่นกัน
- การรักษาทะนุบำรุงทรัพย์ให้เช่า ในสัญญาควรระบุว่า ผู้เช่าควรดูแลรักษาทะนุบำรุง ทรัพย์สินเช่า อย่างวิญญูชนพึงกระทำ หากผู้ให้เช่าไม่อนุญาตให้มีการต่อเติม หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตัวห้อง ก็ควรระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญา
- การปฏิบัติตนของผู้เช่า ในสัญญาเช่าควรมีข้อกำหนดที่ระบุอย่างชัดเจน ถึงพฤติกรรมต้องห้าม เช่น การส่งเสียงดังในยามวิกาล การกระทำผิดต่อกฏหมาย เป็นต้น
- สัตว์เลี้ยง หากว่า คุณในฐานะผู้ให้เช่า ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก็ควรระบุอย่างชัดเจนในสัญญา หรือหากคุณอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ก็สามารถระบุได้ถึงจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ผู้เช่าสามารถเลี้ยงได้ หรือกำหนดประเภทสัตว์เลี้ยงที่ไม่สามารถเข้าอยู่ได้ เช่น สุนัขขนาดใหญ่ เป็นต้น
7. สิทธิในการเข้าพื้นที่ทรัพย์ให้เช่า
พ.ศ. นี้ ผู้ให้เช่าหลายคนทราบดีว่า การเข้าไปยังทรัพย์สินให้เช่า โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เช่า เข้าข่าย “การบุกรุก” ดังนั้น เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายของผู้ให้เช่า ในสัญญาเช่าควรระบุชัดเจนถึงสิทธิของผู้ให้เช่าในการเข้าพื้นที่ให้เช่า เช่น เข้าไปเพื่อซ่อมแซม หรือ ตรวจสภาพห้อง โดยกำหนดระยะเวลาที่ต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้า ก่อนผู้ให้เช่าเข้าพื้นที่
8. ข้อปฏิบัติหากผิดสัญญา
เรื่องการผิดสัญญาเช่าก็เป็นหัวข้อสำคัญในสัญญาเช่า ที่ทั้งผู้ให้เช่า และผู้เช่า ควรอ่านให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากันในภายหลัง การผิดสัญญาเช่า เช่น ผู้เช่าอยู่ไม่ครบสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าสามารถยึดเงินมัดจำได้ทั้งหมด หรือ ผู้ให้เช่าต้องคืนเงินมัดจำหรือเงินประกันทันที หลังจากตรวจสอบทรัพย์ให้เช่าแล้ว หรือ ค่าปรับรายวันเมื่อผู้เช่าล่าช้าในการจ่ายค่าเช่า เป็นต้น
9. การต่อสัญญา
สัญญาเช่าคอนโด ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นขั้นต่ำ 1 ปี แต่ทั้งนี้ก็สามารถปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการเช่าได้ตามตกลงกัน ซึ่งในสัญญาเช่า ควรระบุอย่างชัดเจน ว่า ระยะเวลาในการบอกไม่ต่อสัญญาคือกี่วันก่อนหมดสัญญา (ส่วนใหญ่ควรแจ้งไม่ต่อสัญญาเช่าล่วงหน้าแก่ผู้ให้เช่าก่อนหมดสัญญาภายใน 30-45 วัน) และต้องบอกให้มีหลักฐานชัดเจน และหากผู้เช่าต้องการต่ออายุสัญญาเช่า ควรทำอย่างไร เช่น หากผู้เช่าต้องการต่อสัญญา ต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนหมดสัญญา เป็นต้น
เอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าคอนโดแบบรัดกุม
ผู้ให้เช่าควรมีหนังสือแนบท้ายสัญญาเช่าเป็นเช็คลิสต์รายการเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์บิ้วอินและลอยตัว รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งห้องต่างๆ
ระบุรายละเอียดสภาพห้องก่อนเข้าอยู่พร้อมรูปถ่าย เช่น ตำหนิ รอยขีดข่วนต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันการพิพาทในเรื่อง defect ต่างๆว่ามีมาก่อนหรือหลังอยู่อาศัย รวมถึงป้องกันการหลงลืมในกรณีที่ผู้เช่าอาศัยอยู่เป็นเวลานานแล้วต้องย้ายออก อาจจำไม่ได้ว่าสิ่งใดเป็นของตัวเอง หรือสิ่งใดเป็นของเจ้าของห้อง
รายละเอียดเรื่องการใช้งานเฟอร์นิเจอร์
ต้องมีการระบุถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างภายในห้อง เจ้าของห้องควรจะเก็บภาพและบันทึกรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้ เพื่อเป็นการตรวจสอบเมื่อผู้เช่าย้ายออก พร้อมการแบ่งหมวดหมู่ย่อยไปตามห้องต่างๆ เพื่อทำให้การตรวจสอบหลังย้ายออกง่ายขึ้น ถ้าระหว่างการอยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์เกิดเสียหาย ผู้เช่าจะต้องบอกกับทางเจ้าของห้องหรือถ้าต้องการปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ด้วยการซื้อเอง ควรแจ้งเจ้าของห้องและมีการปรับเปลี่ยนสัญญาใหม่ เพื่อไม่ทำให้เกิดปัญหาในอนาคต ดังนั้นการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่เองโดยพละการ จึงถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
รายละเอียดเรื่องการเช่าช่วง
ผู้เช่าอยู่จะไม่มีสิทธิ์ในการปล่อยให้ผู้อื่นเช่าช่วงหรือเช่าต่อจากตัวเอง นอกจากจะมีการระบุภายในสัญญาเช่า ซึ่งการเช่าช่วงนั้นจะเกิดขึ้นจากผู้เช่าที่อาจจะอยู่ได้ไม่ครบตามกำหนดสัญญาและไม่ต้องการที่จะเสียค่ามัดจำ จึงขอเช่าต่อจากผู้เช่าที่ 1
ดังนั้นจึงมักจะมีผู้เช่าหลายรายขอเช่าห้องตามคอนโดต่างๆ แล้วปล่อยให้ผู้อื่นมาอยู่แทน แต่ทั้งนี้จะต้องมีการบอกกับทางเจ้าของห้องก่อน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎหมายทันทีและผู้ให้เช่ามีสิทธิ์ยึดทั้งค่าประกันห้อง ค่าเช่าล่วงหน้า และขอให้ออกจากห้องเช่าได้เลย นอกเสียจากเจ้าของห้องจะยินยอมและจะต้องมีการทำสัญญาเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ในอนาคต
ระบุเรื่องการจ่ายค่าเช่าล่าช้า
เมื่อมีการจ่ายค่าเช่าช้ากว่ากำหนดต้องมีค่าปรับเพิ่มขึ้น ภายในสัญญาเช่าจึงต้องมีการระบุเรื่องของกำหนดระยะเวลาการจ่ายล่าช้า โดยตามกฎหมายแล้วค่าปรับการจ่ายล่าช้าจะถูกกำหนดไว้ที่ต่ำสุด 15 วัน แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นเจ้าของห้องจะระบุไว้ภายในสัญญาตั้งแต่ 2-3 วัน และยืดระยะเวลาได้ถึง 15 วัน ถ้ามีการจ่ายช้าเกินกว่านี้ ผู้เช่าอาจถูกให้ออกจากห้องได้ทันที ซึ่งทางเจ้าของห้องจะสามารถเข้าสู่ห้องของผู้เช่าได้ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต ทั้งยังสามารถนำทรัพย์สินของผู้เช่าที่มีอยู่ภายในห้องออกขาย เพื่อนำมาชำระเป็นค่าห้องได้ แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายกำหนดเท่านั้น
ระบุเรื่องค่าใช้จ่ายการทำความสะอาด
ถ้าย้ายออกแล้วห้องมีระเบียบเรียบร้อยดี ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดเพิ่ม จะถือว่าจบการเช่าโดยสมบูรณ์ แต่ถ้าห้องมีความสกปรกหรือผู้เช่าทิ้งขยะและสิ่งสกปรกต่างๆไว้ จะต้องมีการกำหนดค่าปรับ เพราะเจ้าของห้องจะต้องจ้างผู้เข้ามาทำความสะอาด
ระบุเรื่องการซ่อมบำรุงระหว่างเช่า
ถ้าเป็นการชำรุดเสียหายหลังจากผู้เช่าเข้าห้องได้เพียงแค่ไม่กี่วันและสามารถยืนยันได้ว่าเป็นการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ผู้ที่เป็นเจ้าของห้องหรือผู้ให้เช่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ โดยอาจจะเป็นการเข้ามาซ่อมแซม เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมส่วนต่างๆด้วยตัวเจ้าของห้องเอง หรือเป็นการโอนให้กับทางผู้เช่า เพื่อให้ดำเนินการแทน แต่ถ้าเป็นความเสียหายที่เกิดจากผู้เช่า ทางผู้เช่าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ระบุเรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบห้อง
ต้องมีการแจ้งกับทางเจ้าของห้องก่อน การปรับเปลี่ยนจะต้องได้รับการยินยอมจากทางเจ้าของห้องเท่านั้น จุดนี้เองจึงทำให้เจ้าของห้องต้องมีการระบุเรื่องกฎของการเปลี่ยนแปลงห้องไว้ภายในสัญญาเช่า ถ้าเจ้าของห้องไม่ต้องการให้เปลี่ยนแปลง ต่อเติม หรือตกแต่งใด ๆ จะต้องระบุไว้ภายในสัญญาให้ชัดเจนว่าห้ามหรือไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงห้องโดยเด็ดขาด พร้อมการระบุแม้กระทั่งการเจาะ การติด การทาสี หรือการดัดแปลงใด ๆ ห้ามทำภายในห้อง
แต่ถ้าอนุญาตจะต้องมีการระบุด้วยเช่นกันว่าอนุญาตให้ปรับเปลี่ยนในส่วนใดได้บ้าง นอกจากนี้ถ้าต้องการเพิ่มชุดล็อคประตู หรือมีการปรับเปลี่ยนวิธีการล็อคประตูเป็นรูปแบบดิจิตอล ผู้เช่าจะต้องมอบคีย์การ์ดหรือกุญแจและรหัสห้องให้กับทางเจ้าของห้องไว้อีก 1 ชุด ที่สำคัญคือเมื่อคุณยายออกแล้วของเหล่านี้คุณจะไม่สามารถถอดออกไปได้
รายละเอียดเรื่องการยกเลิกสัญญาเช่า
การที่ผู้เช่าจะย้ายออกโดยไม่แจ้งเจ้าของห้องนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ผิด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการบอกเลิกสัญญาจากทางผู้ให้เช่า เนื่องมาจากผู้เช่ามีการชำระค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ช้าเกินกว่ากำหนด มีการฝ่าฝืนสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือกลายเป็นผู้ที่ศาลตัดสินให้เป็นบุคคลล้มละลายตามกฎหมาย
ภายในสัญญาต้องระบุอย่างชัดเจนว่าถ้าผู้เช่ามีการละเมิดในเรื่องของการไม่ชำระค่าเช่า มีการฝ่าฝืนสัญญา หรือทำผิดกฎของคอนโด รวมไปถึงการเป็นบุคคลล้มละลายตามกฎหมาย ผู้ที่เป็นเจ้าของห้องสามารถยึดเงินประกันและเงินค่าเช่าล่วงหน้าได้เลย ทั้งยังสามารถเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมได้
แต่ถ้าเป็นอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นในห้อง การเกิดปัญหาแบบไม่คาดคิด เช่น ปัญหาไฟไหม้ ปัญหาอาคารร้าว ตึกถล่ม หรือเหตุสุดวิสัยใดๆ ก็ตาม ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆได้ ที่สำคัญคือทางผู้ให้เช่าจะต้องมีการคืนเงินประกันเงินล่วงหน้าให้ทางผู้เช่าอีกด้วย
ตัวอย่างหนังสือสัญญาเช่าห้องชุด/คอนโดมิเนียม
หนังสือสัญญาเช่าฉบับนี้ทำที่…………………………….เมื่อวันที่………………..ทำขึ้นระหว่าง………………………บ้านเลขที่…………หมู่ที่…………แขวง/ตำบล……………… เขต/อำเภอ…………………….จังหวัด………………………ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้เรียกว่า “ผู้เช่า” ฝ่ายหนึ่ง กับ……………………………………..อยู่บ้านเลขที่……………หมู่ที่…………..แขวง/ตำบล……………………..เขต/อำเภอ…………………จังหวัด………………………..ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้เรียนกว่า “ผู้ให้เช่าอีกฝ่ายหนึ่ง” ทั้งสองฝ่ายตกลงกันมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ ๑. ผู้เช่าตกลงเช่าและผู้ให้เช่าตกลงให้เช่าห้องชุด………………………….เลขที่…………ห้อง……ซอย………………ถนน………………แขวง/ตำบล………..เขต
……………….จังหวัด…………………………จำนวน…..ห้อง ในวันที่ทำสัญญาฉบับนี้เป็นต้นไป
ในราคาค่าเช่าเดือนละ…………………….บาท (…………………………………………….)
ข้อ ๒. ผู้เช่าตกลงจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าในวันที่สัญญา เป็นเงินจำนวน…………บาท (……………………………………)
ข้อ ๓. ผู้เช่าตกลงชำระค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าทุกๆวันที่……….ของเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนที่ตกลงทำสัญญาเช่าฉบับนี้เป็นต้นไป โดยผู้เช่าตกลงเช่ามีกำหนด…………ปี หากครบกำหนดดังกล่าวแล้ว ผู้เช่ามีสิทธิ์จะเช่าต่อไปในอัตราค่าเช่าเดิมก็ได้ โดยแจ้งล่วงหน้าให้ผู้ให้เช่าทราบไม่น้อยกว่า ……………….. วัน
ข้อ ๔. ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าใช้สอยทรัพย์สินทุกชนิดที่อยู่ในห้องเช่าและตามรายการทรัพย์สินที่แนบท้ายสัญญานี้ โดยผู้เช่าจะดูแลรักษาเสมือนหนึ่งว่าเป็นทรัพย์สินของตน หากชำรุดบกพร่องใดๆผู้เช่าจะต้องซ่อมแซมให้คงเดิมอยู่เสมอ
ข้อ ๕. ผู้เช่าตกลงที่จะดูแลรักษาห้องที่เช่าให้คงสภาพดีดังเดิมทุกประการ และยินยอมให้ผู้ให้เช่า หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเข้ามาในห้องที่เช่าได้ตลอดเวลาเพื่อตรวจดูสภาพห้องที่เช่าได้ทุกเวลา โดยผู้เช่าให้สัญญาว่าจะไม่นำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในห้องที่เช่า หากผู้ให้เช่าพบหรือบุคคลอื่นพบสิ่งผิดกฎหมาย ผู้เช่ายอมให้ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าได้ทันที
ข้อ ๖. การเช่าตามข้อ ๑ ให้รวมถึงอุปกรณ์ หรือทรัพย์สินต่างๆ ที่อยู่ในห้องเช่าและรายการทรัพย์สินตามรายการแนบท้ายหนังสือสัญญาเช่านี้
ข้อ ๗. ผู้เช่าตกลงที่จะเช่าเพื่อเป็นที่พักอาศัยเท่าน้ัน และให้สัญญาว่าจะไม่นำห้องที่เช่าออกให้ผู้อื่นเช่าช่วง เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า
ข้อ ๘. หากผู้เช่าผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ยอมให้ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าได้ทันทีและยอมชดใช้ค่าเสียหาย ค่าขาดประโยชน์ตามความเหมาะสมและตามสมควร เท่าที่ผู้ให้เช่าจะเสียหาย
ข้อ ๙. หากสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โดยไม่มีการต่อสัญญาเช่า หรือผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าตามข้อ ๘ ดังกล่าว ผู้เช่ายอมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากห้องที่เช่าทันทีโดยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าเอง
ข้อ ๑๐. ผู้เช่าสัญญาว่าจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของอาคารโดยถือเป็นส่วน
หนึ่งแห่งสัญญาเช่านี้ด้วย หากผู้เช่าไม่ปฏิบัติตาม หรือละเมิดข้อบังคับดังกล่าว ผู้เช่ายินดีให้ถือว่าสัญญาเช่านี้เป็นอันยกเลิกต่อกัน และยินยอมมอบการครอบครองห้องเช่าคืนแก่ผู้ให้เช่าทันที
สัญญานี้ได้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกันโดยเก็บสัญญาไว้ฝ่ายละฉบับ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านข้อความดังกล่าวแล้ว ตกลงที่จะทำสัญญาฉบับนี้จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
ลงชื่อ………………………………….ผู้เช่า
(………………………………….)
ลงชื่อ………………………………….ผู้ให้เช่า
(………………………………….)
ลงชื่อ………………………………….พยาน
(………………………………….)
ลงชื่อ………………………………….พยาน
(………………………………….)
ดาวน์โหลดไฟล์ไว้ใช้ฟรี ที่นี่ >>
- สัญญาเช่าคอนโด ห้องชุด (ภาษาไทย)ไฟล์ PDF
- สัญญาเช่าห้องชุดแบบ 2 ภาษา PDF file
- แบบฟอร์มสัญญาเช่าคอนโด word ไฟล์ word
- แบบฟอร์มสัญญาเช่าคอนโด word ภาษาอังกฤษ WORD file

